หน้า: [1]

ปูชนียบุคคลของจังหวัดนครศรีธรรมราช

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
  • krushakirin
  • บุคคลทั่วไป
ปูชนียบุคคลของจังหวัดนครศรีธรรมราช
« เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2007, 03:56 นาที »


ขุนอาเทศคดี (กลอน มัลลิกะมาส) นักปราชญ์แห่งเมืองนคร


                ขุนอาเทศคดี เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราชในฐานะผู้มีความรู้ความสนใจในสาขาวิชาการต่างๆ หลายสาขาวิชา เช่น ภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และคติชนวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางคติชนวิทยาถือได้ว่าท่านเป็น "แหล่งข้อมูลบุคคล" ที่สำคัญยิ่งของนักวิชาการด้านนี้ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง

                  ขุนอาเทศคดี มีชื่อเดิมว่า กลอน มัลลิกะมาส เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๓๑ ที่บ้านเลขที่ ๒๐๓ ถนนท่าชี บ้านท่าชี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายมาส นางพลับ มัลลิกะมาส มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๓ คน ท่านเป็นบุตรคนหัวปีและมีน้องต่างมารดาอีก ๑ คน ขุนอาเทศคดีได้รับการศึกษาเบื้องต้นจากบิดามารดาจนอ่านออกเขียนได้ แล้วไปอยู่และศึกษาต่อกับคุณยายที่ตำบลเสาธง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดอีก ต่อมาได้เรียนเลขกับอาจารย์แช่ม ณ นคร จนถึงคูณหารเลขได้ ครั้นถึงปี พ.ศ. ๒๔๔๔ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนสุขุมาภิบาล วัดท่าโพธิ์ฯ ตำบลท่าวัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เรียนอยู่ ๒ ปีก็สำเร็จหลักสูตรประโยค ๑ ชั้น ๔ กรมศึกษาธิการ (เทียบชั้นมัธยมปีที่ ๓ ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน ขุนอาเทศคดีเป็นคนฉลาดเรียนหนังสือดี สามารถเรียนจบ ๔ ชั้นภายใน ๒ ปี ในขณะเรียนสามารถทำคะแนนได้ดีจนเป็นที่ชมเชยของครูอยู่ตลอดเวลา

                หลังจากเรียนจบหลักสูตรประโยค ๑ ชั้น ๔ แล้ว ขุนอาเทศคดีก็เข้ารับราชการเป็นเสมียนกองอัยการ กรมอัยการ กระทรวงมหาดไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔ต ขณะนั้นท่านมีอายุได้ ๑๕ ปี การเข้ารับราชการของท่านเนื่องมาจากการสอบไล่ชั้นประโยคสมัยนั้นมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นกรรมการการสอบ ขุนอาเทศคดีสอบได้ที่ ๒ ได้รับผ้าห่มเป็นรางวัล ทางราชการจึงเรียกตัวเข้ารับราชการ ท่านได้เริ่มทำงานที่ห้องอัยการ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนั้นมีพระราชภักดีเป็นอัยการจังหวัด และได้ทำงานอยู่ที่นั่นมาตลอดจนเกษียณอายุ ตลอดเวลาที่รับราชการท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความดีความชอบทั้งงานในตำแหน่งหน้าที่และงานพิเศษ เช่น ได้ช่วยเหลือรัฐบาลในการปราบปรามกบฎเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๖ เป็นต้น ท่านจึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในสมัยนั้นมาก ลำดับยศและบรรดาศักดิ์ของท่านคือ วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๙ ได้รับยศเป็นรองอำมาตย์ตรี วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔ต๔ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น "ขุนอาเทศคดี" และวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้รับยศเป็นรองอำมาตย์โท ส่วนลำดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญที่ท่านได้รับคือ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๙ ได้รับเหรียญบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๗ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๔ ได้รับเหรียญจักรพรรดิมาลา วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๐ ได้รับเบญจมาภรณ์มงกุฎสยาม วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้รับเบญจมาภรณ์ช้างเผือก ขุนอาเทศคดีรับราชการอยู่นานจนเกษียณอายุราชการออกรับบำนาญเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ขณะนั้นมีอายุได้ ๕๕ ปี ตำแหน่งสุดท้ายของท่านคือ ตำแหน่งแพ่งอัยการชั้น ๖

               ทางด้านชีวิตครอบครัว ขุนอาเทศคดีมีภรรยารวม ๓ คน แต่งงานครั้งแรกเมื่ออายุ ๑๗ ปี ภรรยาคนแรกชื่อ นางสรวง มีบุตรด้วยกัน ๒ คน ภรรยาคนที่ ๒ ชื่อนางเจ้ง มีบุตรด้วยกัน ๓ คน และต่อมาอีกได้ภรรยาคนที่ ๓ ชื่อนางพร้อย มีบุตรด้วยกัน ๘ คน

               หลังจากออกราชการแล้วขุนอาเทศคดีได้ยึดอาชีพทนายความเพราะเป็นผู้สนใจศึกษากฎหมายมาก ท่านเล่าว่าท่านเริ่มศึกษากฎหมายด้วยตนเองมาแต่เริ่มเข้ารับราชการ จนเป็นผู้มีความรู้ในทางกฎหมายดีคนหนึ่ง ขุนอาเทศคดีจึงเป็นทนายความที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชสมัยนั้น ท่านมีคุณธรรมสำคัญยิ่งคือความซื่อตรงและความมีเมตตาธรรม จึงมีลูกความมากทำให้สามารถตั้งตัวได้ในเวลาต่อมา ท่านประกอบอาชีพทนายความอยู่นานถึง ๑๕ ปี จึงเลิกอาชีพนี้ ด้วยเห็นว่าตนมีอายุถึง ๗๐ ปี ชรามากแล้ว ควรเป็นช่วงชีวิตที่จะได้พักผ่อนเสียที ชีวิตหลังจากเกษียณราชการ นอกจากประกอบอาชีพทนายความแล้ว ขุนอาเทศคดียังได้รับตำแหน่งหน้าที่พิเศษที่สำคัญอื่นๆ เป็นครั้งคราว เช่น ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้แต่งตั้งให้เป็นเทศมนตรี เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาลาออกด้วยความสมัครใจในปี พ.ศ. ๒๔๙๑ หลังจากนั้นได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่สมัยหนึ่งด้วย เป็นต้น อาชีพและตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าขุนอาเทศคดีเป็นผู้มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับในสังคม และเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจในวงราชการสมัยนั้นมาก

                  ขุนอาเทศคดีหาได้สนใจเฉพาะกฎหมายเท่านั้นไม่ ท่านสนใจศึกษาวิชาการทั่วไปอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นภาษา วรรณคดี โบราณคดี ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี ฯลฯ ความสนใจในการศึกษาของท่านมีมาตั้งแต่วัยหนุ่ม ท่านเป็นนักอ่านและนักสะสมหนังสือทั้งหนังสือเก่าและใหม่ ความรักการอ่านก่อให้เกิดการสั่งสัมความรู้ ขุนอาเทศคดีจึงเป็นผู้ที่มีความรู้กว้างขวางคนหนึ่ง เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงเป็น "นักวิชาการอาวุโส" ซึ่งมีนักวิชาการและนักศึกษาทั้งในตัวเมืองนครศรีธรรมราชและจากแหล่งอื่นๆ มาสัมภาษณ์และวิสาสะกับท่านอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของภาษาถิ่น วรรณคดี ประวัติศาสตร์ กฎหมาย ประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านสนใจและมีความรู้ดีเป็นพิเศษ

               ขุนอาเทศคดีนอกจากจะเป็นนักวิชาการแล้ว ยังถือได้ว่าเป็น "กวี" คนสำคัญของท้องถิ่นเมืองนครศรีธรรมราชคนหนึ่งอีกด้วย ท่านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๗ รวมอายุได้ ๙๖ ปี

               ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะเป็นแหล่งรวบรวมและให้บริการข้อมูลและสารสนเทศทางการศึกษา เล็งเห็นว่าผลงานของขุนอาเทศคดี (กลอน มัลลิกะมาส) ปูชนียบุคคล ของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสำคัญและหายากในปัจจุบัน ควรค่ายิ่งต่อการรวบรวมและเผยแพร่ให้นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้ศึกษาชีวประวัติของบุคคลสำคัญในท้องถิ่นดังเช่น ขุนอาเทศคดี (กลอน มัลลิกะมาส) นักปราชญ์แห่งเมืองนคร


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
กระโดดไป: